Undercover Ep.3 – Brightside

“สุดท้ายแล้วก็อย่าไปคิดอะไรมากทำแบบทำให้มันดีที่สุด ผลมันจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ให้คนดูตัดสินกันเอง แต่ถ้าเราเต็มที่ในตรงนั้นแล้ว ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ”

Undercover ครั้งนี้เราจะพาไปรู้จักกับไบร์ท หรือ Brightside ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความโดดเด่นและสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร เจ้าของผลงานปกอัลบั้ม นกกระจอก และ Music Video Animation เพลงระบำ

สวัสดีครับ Brightside วิษณุ เส้นแก้วใส เป็น Graphic Designer และนักวาดภาพประกอบครับ จบการศึกษาจาก CAMT วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นิยามตัวเอง

นักวาดภาพประกอบขี้แซะ มันไม่เชิงว่าแซะเสีย ๆ หาย ๆ ชอบแซว ชอบล้อเล่น ชอบสังเกตพฤติกรรมคน 

สไตล์งานของตัวเอง

สไตล์ของ Brightside ตอนแรกเริ่มมาจาก Character Design ก่อน สไตล์แบบ Parody คือการล้อเลียนเหมือนวาดภาพล้อเลียน เล่าเรื่องสังคมสิ่งรอบตัว เอามาถ่ายทอดให้มันดูง่ายขึ้น ดูอารมณ์ดีขึ้น เข้าถึงง่ายกับทุกคน 

ทำไมตัวละครถึงต้องเป็นตัวละลาย

ตอนแรกเป็นคนชอบวาดรูปตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนเด็กชอบวาดฟอนต์ตามหนังสือพิมพ์ ฟอนต์ที่มันเกี่ยวกับหนัง มันมีฟอนต์หนังผีซึ่งเป็นแบบตัวย้อย ๆ เหมือนฝันการ์ตูนเล่ม 2 บาท 3 บาท เมื่อก่อนอะครับ เราชอบวาดฝันแบบนั้นก่อน เขียนย้อย ๆ เขียนเป็นคำไปเรื่อย สุดท้ายตอนมาเรียนจบ ช่วงนั้น Street Art เขากำลังบูมเราก็เลยแบบเออเห็นพี่ ๆ ที่เขาทำงานกัน เขามีคาแรคเตอร์ส่วนตัวกันหมด เราก็เลยคิดว่าเราน่าจะมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเองบ้างก็เลยเอาสิ่งที่เราชอบตั้งแต่เด็กมาพัฒนาเป็นตัวการ์ตูนตัวนี้

การร่วมงานกับ Minimal Records 

ตอนแรกเรามีกลุ่มแบบศิลปินหน้าใหม่เอางานไปแสดงที่ Minimal Gallery พี่เมธก็เห็นเราทำงานสไตล์แบบนี้อยู่แล้วคอนเซ็ปต์มันเข้ากับตัวเราก็ดึงเราไปร่วมงาน ถ้างานชิ้นแรกที่ได้ร่วมก็คือ น่าจะเป็น MV ของวง VEGA เพลงระบำก็ทำ Animation เป็น Music Video Animation คอนเซ็ปต์ของกันคืออยากได้ตัวการ์ตูนเดินเข้าหากล้องแต่อยู่กับที่เหมือน End Credits Animation ญี่ปุ่นตอนจบแบบพวกอาราเล่ โดเรมอน เดินเข้าหากล้องแล้วฉากก็เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเพลงระบำ

งานชิ้นต่อไปเป็นทำโปสเตอร์ให้กับ Minimal Records on Tour อันนี้ก็ได้รับบรีฟจากพี่เมธว่า เหมือนชาว Minimal Records เป็นมนุษย์ต่างดาวที่กำลังจะบุกเข้าไปในเมืองกรุงก็เลยเอาคาแรคเตอร์ของศิลปินทุกคนที่อยู่ในค่าย Minimal Records มาดัดแปลงเป็นตัวการ์ตูนของ Brightside ครับ อยู่รวม ๆ กันแล้วก็ใส่ Element ที่มันเป็นแบบกรุงเทพมหานคร พวกป้ายรถเมล์ ถนน รถเมล์สายแปด อะไรพวกนี้ก็ใส่เข้าไปยืนรวม ๆ กันในโปสเตอร์

ผลงานล่าสุด ออกแบบปกอัลบั้มให้กับนกกระจอกซึ่งเป็น compilation การรวมตัวกันของ Minimal Records

เหมือนพี่เมธก็เป็นอาร์ตไดเรคเตอร์ ช่วยไกด์มาให้ว่าแบบแพ็กเกจนี้มันจะเปลี่ยนปกได้นะ แล้วเราก็เอาเพลงมาฟัง ความสนุกของงานนี้คือการได้ตีความศิลปินของ Minimal Records ทุกวง แล้วก็ตีความมาเป็นภาพ ๆ หนึ่ง ซึ่งแต่ละวงก็ไม่มีความเหมือนกันก็เลยต้องตีความในหลายรูปแบบ

ผลงานที่ภูมิใจ

เคยไปร่วมงานกับ เดอะมอลล์ ตอนนั้นเป็นเทศกาลอาหารจัดขึ้นที่ชั้น G ของสยามพารากอน ก็เอาคาแรคเตอร์ของเราไปตกแต่งงาน Event ของเขา แล้วเขาก็เอางานของเราไปพัฒนาต่อเป็น sculpture (งานประติมากรรม) เป็นอะไรพวกนี้ ตั้งอยู่ในโซนอาหารพอไปดูแล้วก็รู้สึกโอเคครับ

แรงบันดาลใจในการทำงาน

มันมาจากสิ่งที่เราเสพอยู่ทุกวันใน Social Media ข่าวสารต่าง ๆ แล้วก็พวกเพลง พวกภาพยนตร์เพราะส่วนใหญ่เป็นคนชอบ Culture อยู่แล้วครับ ชอบพวก Pop Culture อะไรที่มันดังเราก็จะหยิบมาเล่น ช่วงนี้อะไรที่เป็นกระแส กำลังมาก็หยิบเอามาล้อ มาแซวโดยผ่านคาแรคเตอร์ตัวนี้ มันก็เป็นแรงบันดาลใจในการคิดงาน ซึ่งก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง

วิธีกำจัดความกดดัน

ความกดดันส่วนใหญ่กลัวว่าเราจะทำได้ไม่ดีเหมือนที่ผ่านมา บางทีกลัวเราจะดรอปลงไป วิธีกำจัดความกดดัน สุดท้ายแล้วก็อย่าไปคิดอะไรมากทำแบบทำให้มันดีที่สุด ผลมันจะออกมาเป็นยังไงก็แล้วแต่ให้คนดูตัดสินกันเอง แต่ถ้าเราเต็มที่ในตรงนั้นแล้ว ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ

งานพิธีกร  

ตอนงาน No Signal Input 2 ตอนนั้นก็มีพิธีกรอยู่แล้วคือพี่แน็คกับพี่แทน เราก็ไปดูคอนเสิร์ตเห็นพี่เขาเข้าขากันดี แล้วบังเอิญเราก็รู้จักกับพี่เขาเป็นการส่วนตัว เขาเห็นเราเป็นคนตลกสนุกสนานอยู่แล้วก็เลยชวนเราขึ้นไป ทำให้พองาน No Signal Input ต่อ ๆ ไปก็เลยชวนเราไปแจมบ้าง ไปเป็นพิธีกรยืน 3 คนบ้าง หลัง ๆ ก็ดึงเพื่อนเข้ามาร่วมด้วย

ฝากผลงาน

Brighside ครับ เสิร์ชไปในไอจี brigh_side และฝาก Wish You Were Here Studio อยู่ตรงโครงการ Up Avenue รับออกแบบกราฟิคต่าง ๆ มากมาย สนใจก็เข้าไปดูในเพจ Facebook ได้นะครับ ฝากไว้ด้วยครับ

หนึ่งประโยคก่อนจาก

ซัพพอร์ต Local Artist ด้วยนะครับ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

Undercover Ep.2 : นันท์ณิชา ศรีวุฒิ (บัว) : Pain Point คือแรงบันดาลใจ

อีพีนี้ เราจะมาคุยกับเจ้าของผลงานการออกแบบ ปกอัลบั้มและภาพประกอบเพลง Minimal’s Less Vol.2 : Sound States บัว นักวาดภาพประกอบ และกราฟิกดีไซน์เนอร์ ที่มีสีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักของงาน โดยเอกลักษณ์ในงานของบัว องค์ประกอบหลักของงานจะเป็นสีน้ำเงิน และสีโทนเย็นซะสวนใหญ่

บัวเล่าว่า เหุตผลที่เน้นสีโทนนี้เป็นเพราะว่า เป็นสีที่คุมโทนได้ง่าย ให้ความรู้สึกที่นิ่งสงบ และตัวเธอเองก็อยากสื่อสารเรื่องราวที่อยู่ในใจที่เป็นเรื่องที่นิ่ง หรือเป็นเรื่องที่สงบแล้ว เช่นงานงานที่ผ่านมา ‘To day Is blue day วันนี้ไม่ใช่วันศุกร์’ ใช้สีน้ำเงินเป็นหลักทั้งหมด เป็นการเล่าเรื่อง ความรู้สึกเศร้า ที่ไม่ฟูมฟาย

โดยผลงานแรกที่บัวได้เข้ามาทำงานร่วมกับ Minimal Records คือ ปกอัลบั้ม ‘Long way donw’ อัลบั้มของวง ‘อินธนูและพู่ถุงเท้า’ โดยเทคนิคที่เธอใช้คือ งานกราฟิกดีไซน์ผสมกับงานสีน้ำ

และผลงานล่าสุด ปกอัลบั้ม ‘Minimal’s Less Vol.2 : Sound States’
“ตอนแรกพี่เมธ บรีฟมาให้มีคำว่า Sound States อย่างเดียวที่แกคิดออก เหมือนรัฐแต่ละรัฐที่มารวมกัน ศิลปินที่มาร่วมทำผลงานเพลง ก็มีทั้งคนที่อยู่ในค่าย และไม่ได้อยู่ในค่ายเป็นการรวมกันเฉพาะกิจ อง์ประกอบในงานนี้ แต่ละส่วนมันแยกกันอยู่ก็จริง แต่ตัวละคร mood and tone และภาพรวมมันให้ความรู้สึกว่ามันยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยที่มันไม่ต้องมากระจุกรวมตัวกัน

ความท้าทายในงานบัวเล่าว่า โจทย์งานที่ได้มาค่อนข้างยาก แต่ตัวเธอเองอยากที่จะต่อยอดงานคือ การทำภาพประกอบที่ใช้สีน้ำเป็นหลัก และมีคาแรคเตอร์ของตัวละครและเรื่องราวในแต่ละเพลงที่แตกต่างกันออกไป และความยากและความท้าทายอีกอันหนึ่งคือ “การนั่งฟังเพลงในแต่ละเพลง ในตอนนั้นเพลงยังไม่เสร็จ บางตัวเป็นเดโม่มาให้ฟัง กว่าเราจะฟัง ฟังจนร้องได้ ฟังคีย์เวิร์คของแต่ละเพลง และในโมเมนต์นั้นเขารู้สึกอะไร ศิลปินรู้สึกยังไง หลังจากนั้นคนฟังอยากเห็นภาพเป็นอะไร แล้วตัวเราอยากเห็นเป็นภาพอะไร แล้วเราก็อยากจะพาให้คนฟังไปไกลกว่าประสบการณ์เดิมๆ หรือประสบการณ์ทั่วไปที่ได้พบเจอ อย่างงานที่เราวาด เราอยากจะเน้นโทนที่สว่าง ซึ่งบางเพลงมันเศร้านะ แต่ที่นี้เราก็อยากจะตีความใหม่ว่า เพลงเศร้าทำไมต้องอยู่กับสีทึมๆ สีหม่นๆ ตลอด ความเศร้ามันน่าจะอยู่กับแสงสว่างได้เหมือนกัน”

Pain Point คือแรงบันดาลใจ

“เรามีคำคำหนึ่งที่เรียกว่า ‘Pain Point’ คือจุดที่รู้สึก ถ้าแปลเป็นไทยก็คือจุดเจ็บปวด แต่ถ้าแปลในเชิงคอนเซ็ปของภาษา Pain Point คือจุดที่เรารู้สึกกับมัน อย่างงานที่เราทำ ‘To day Is blue day’ มันเป็นสิ่งที่เอา Pain Point ของตัวเองที่เรา concentrate กับมัน สิ่งที่เราอยากจะเยียวยา หรืออยากที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เอามาวาดหรือแสดงออกมา ซึ่งพอมาอยู่กับงานภาพประกอบ มันคือการที่เราคุยกับตัวเอง แล้วย้อนกลับไปถามตัวเองว่างานของเรา คุยกับตัวเองรู้เรื่องมั้ย เรากลั่นกรองมันออกมาพอหรือยัง
อย่างงานของ Minimal’s Less เองก็มีจุด Pain Point บางอย่างที่เราแซมๆ ลงไปเหมือนกัน เราฟังเพลงนั้น เราก็รู้สึกเหมือนกัน เราก็เป็นใส่กิมมิคในตัวละครตัวนั้นลงไป

เอา Pain Point ของตัวเองที่เรา concentrate กับมัน สิ่งที่เราอยากจะเยียวยา หรืออยากที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เอามาวาดหรือแสดงออกมา ซึ่งพอมาอยู่กับงานภาพประกอบ มันคือการที่เราคุยกับตัวเอง แล้วย้อนกลับไปถามตัวเองว่างานของเรา คุยกับตัวเองรู้เรื่องมั้ย

สุดท้ายแล้วบัวเองได้ฝากถึง ผลงานตัวเอง Minimal’s Less Sound States ฝากให้ฟังผลงานเพลง แล้วดูภาพประกอบ ตอนนี้ก็ทยอยปล่อยออกมาใน youtube channel ‘MinimalRecords Cm’ อยากจะให้ลองติดตามดูว่า เพลงต่อไปจะเป็นเพลงอะไร เพลงของใคร และเป็นภาพประกอบที่จะเล่าถึงเรื่องอะไรต่อไปในเพลง

และในวันที่ 15 มีนาคม 2563 นี้ มีคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม Minimal’s Less Vol.2 : Sound States ที่ร้าน หอมด่วน เชียงใหม่ ในโครงการ up avenue เชียงใหม่ หลัง มช. มีศิลปินทั้งหมด 11 ศิลปิน คือ 

  • Youth brush
  • เขียนไขและวานิช
  • THADA / ธาดา
  • B/W (คนนี้ไม่มีข้อมูล)
  • Rie Kubota
  • ช่างหำ
  • Fender (From Solitude is Bliss)
  • Jui Juis
  • Okgreen (Beer From Solitude is Bliss)
  • YONLAPA
  • Tibet (New Artist From Minimal Records)

Early Bird Ticket : 450 บาท (จำนวน 150 ใบ)
วันนี้ – 8 มีนาคม นี้
Regular Ticket : 600 บาท
วันที่ 8 -15 มีนาคมนี้

โดยทั้งสองราคา จะได้รับทั้งบัตรคอนเสิร์ตเข้างาน และซีดีอัลบั้ม Minimal’s Less Vol.02: Sound State ให้ไปฟัง รายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ Facebook แฟนเพจ Minimal Records และ Facebook Event งานเปิดอัลบั้ม : Minimal’s Less Vol.2

Undercover Ep.1 – Toddyinthemood

Undercover คือคอนเทนต์ที่นำเสนอแง่มุมของผู้คน และศิลปิน ที่ค่อยอยู่เบื้องหลังผลงานเพลงในค่าย Minimal Records ไม่ว่าจะเป็นคนถ่าย MV คนตัดต่อ ศิลปินผู้ออกแบบปกอัลบั้ม ช่างภาพ ซาวด์เอ็นจิเนียร์ โปรดิวเซอร์ ทีมซัพพอร์ตคอนเสิร์ต และอื่น ๆ อีกมากมาย

โดย Ep.1 เราพาไปพูดคุยกับพี่ทด toddyinthemood ศิลปิน วาดภาพประกอบ Digital Painting ที่มีสไตล์งานที่เป็นเอกลักษณ์ เจ้าของผลงานปกอัลบั้ม Minimal’s Less Vol.01

Toddyinthemood
‘หนุ่มเหนือเขียนรูปเหงา’

สวัสดีครับ Toddyinthemood ครับ เป็นนักเขียนครับทำหนังสือ แล้วก็เป็นศิลปินวาดภาพประกอบจบสถาปัตย์ครับ สถาปัตย์ มช. (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ทำงาน ถ้าส่วนมากที่เห็นก็จะเป็น Digital Art ครับ เป็นงานเขียนคอม ตัวเองเป็นคนสนุกสนานมั้ง เป็นคนชอบตลกเฮฮา มันเลยไม่มีพื้นที่ในการที่เราจะเล่าเรื่องเศร้า เลยต้องเอาไปเล่าผ่านการเขียนภาพประกอบ

การเข้ามาร่วมงานกับ Minimal Records

รู้จักพี่เมษมาก่อน เพราะว่าเป็นพิธีกรให้กับทาง Minimal บ่อยๆ พี่เมษก็เลยว่าสนใจอยากลอง ให้ผมเหมือนกับว่าเขียนรูปในอัลบั้มที่เป็นดนตรีบรรเลง แกคิดว่าน่าจะมีแนวทางที่ไปด้วยกัน

ก็บอกว่าทดจะทำอัลบั้มแล้วก็ชื่ออัลบั้มนี้… แล้วก็เหมือนจะเอาเพลงให้ฟังเพลงสองเพลงมั้ง
ใช่ แต่ว่ามันไม่ใช่เพลงบรรเลงทุกเพลง มันจะมีเพลงร้องด้วยแต่ว่าส่วนมากจะเป็น Acoustic ใช่ มันจะเป็นแบบสบายๆ ดูแล้วแบบน่าจะเหมาะกับ… นะ แล้วก็ทำมาเลย พี่เมธอยากได้ยังไง พี่เมธบอกอะไรก็ได้ เต็มที่ โอเคครับพี่ ได้ …หายไปสักพักใหญ่ ๆ ก็กลับมา พร้อมกับเป็นดราฟท์ เหมือนกับเขียนคร่าวๆมาก็เป็นเหมือนฉาก ตอนแรก เขียนปกหน้าหลังไง เป็นรูปยาวเป็นเหมือนกับนั่งบนระเบียงแล้วก็ดูท้องฟ้า มีดาวตก

พอฟังแล้วรู้สึกว่าบรรยากาศมันน่าจะเป็นฟีลตอนเล่นกีต้าร์ มีคนเล่นกีต้าร์ กลางแจ้งในหน้าหนาวสักที่นึง ก็เลยคิดว่าถ้าเขียนฉากแบบ เหมือนเป็นแบบ Rooftop ดาดฟ้า
ช่วงนั้นชอบเวลาเขียนรูปก็จะชอบมีตัวละครหลักเป็นผู้หญิง แล้วก็จะมีตัวละครรองเป็นพวกสัตว์ต่างๆ พวกหมาจิ้งจอก พวกกวาง

ชอบเพลงไหนที่สุดในอัลบั้ม Minimal’s Less Vol.01

ชอบเพลง… Postmodern ครับ ของพี่บอย Imagine คือฟังครั้งแรกรู้สึกว่า เฮ้ย เจ๋งดีว่ะ มีความเป็นเต็กสูงเต็กในความหมายคือ มันคือสถาปัตย์

สไตล์งานส่วนใหญ่ของ Tooddyinthemood ทำไมถึงต้องเป็นสีฟ้า

สีฟ้าก็คือ Blue ไง เคยได้ยินคำว่า I’m feeling blue มั้ยก็คือแบบฉันรู้สึกเศร้า อะไรอย่างงี้ แต่บางทีมันก็ไม่ทั้งหมด แต่ว่าพอเอาสีฟ้ามาใส่แล้วเอาสีม่วงมาใส่แล้วมันทำให้งานดูแบบเป็นไตล์งานที่ชอบ ณ ช่วงนั้น ถึงแม้ตอนนี้ยังใช้อยู่ แต่ก็พยายามจะบอกตัวเองว่าอย่าไปใช้ทุกงานซะทีเดียว หลังๆ ก็จะมีงานสีส้ม สีเขียวสีอะไรเข้ามาด้วยครับ

อะไรคือแรงบันดานใจในการทำงาน

แรงบันดาลใจคือเราอยากเก่ง แรกๆคือเราอยากเก่ง เราอยากเขียนให้ได้เหมือนเขา เห็นแล้วแบบชอบเกิดความอิจฉา ทำไมถึงเก่งได้ขนาดนี้ เก่งอะไรอย่างงี้ ก็เลยฝึกฝน ฝึกอยู่ทุกวันเพื่อที่จะเก่ง เหมือน Digital Art แต่ Digital Art จะมีความยากกว่าการเขียนมืออีกแบบนึงก็คือว่า นอกจากที่เราจะต้องเขียนรูปให้เก่งก่อนด้วยแล้ว เราจะต้องเรียนรู้การใช้งานโปรแกรมด้วย
มันก็จะมีความแบบยากสำหรับคนที่ไม่เป็นเลย แต่ก็ฝึกฝนมาได้ คืออยากเก่ง แต่สุดท้ายปุ๊บ จุดๆนึงก็มานั่งตั้งคำถามถึงลิมิตของความเก่งเหมือนกันว่ามันอยู่ตรงไหน และมันจะสิ้นสุดเมื่อไรเหมือนกัน

ฝากผลงานหน่อย

ฝากผลงานด้วยนะครับ Toddyinthemood ครับ กดไลค์เพจด้วยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า
ก็ผลงานที่ผ่านมาก็จะมีหนังสือครับ ออกหนังสือกับ 10 มิลลิเมตรนะครับ ชื่อ To Die By Your Side แล้วก็มีหนังสือเล่มก่อนๆอีกหลายเล่มเหมือนกัน ก็ลองไปติดตามอ่านได้นะ สำหรับใครที่ชอบนิยายภาพนะครับ แล้วก็มีนี่อีกเอ็มวี ทำเอ็มวีให้น้องเอิ๊ต(เอิ๊ต ภัทรวี) ด้วย เอ็มวีหวง โห 10 ล้านวิวแล้ว มานั่งคิดแล้ว เป็นเพราะเรา มัน… มันแน่นอน เพลงเขาเพราะครับ ล้วนๆเลย ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลยนะครับ ประมาณนั้น
แต่มันดีใจมากเลยนะเวลาสมมุติถ้าเราทำเหมือนกับว่า เราเคยคิดว่าอยากให้ตัวการ์ตูนเรามันเคลื่อนไหว แล้วมันก็ พอเห็นมันเคลื่อนไหวแล้วก็ เอ่อ น่ารักดี

หนึ่งเรื่องก่อนจาก

จงทำงานครับ มันคือประเด็นสำคัญของโลกเลย
เพราะว่า เราไม่มีทางรู้หรอกว่างานเรามันจะพาตัวเราไปได้ไกลขนาดไหน งานชุดนี้อาจจะพาเราไปได้ระยะทางระดับไหนครับ และงานชุดใหม่ที่เราทำก็จะทำให้เราได้ไประดับนึง การ Challenge การท้าทายตัวเองในการทำงานรูปแบบใหม่ๆที่เราไม่เก่งหรือไม่เป็น ก็เป็นเรื่องดี แต่ทางที่ดีปุ๊บเมื่อถึงจุดๆนั้น ที่เราจะต้องทำงานที่มันยากหรือไม่เก่ง ถ้าเรามีเวลาว่าง จงฝึกฝน ต่ออีกอันนึงคือจงฝึกฝน เพราะเราไม่รู้หรอกว่าโอกาสจะมาเมื่อไร กลับกลายเป็นว่าถ้าเราตอบ Yes ไปโดยที่แบบว่าทำไม่ดีก็ไม่เวิร์คใช่มั้ย แต่ถ้าเราตอบ No ปุ๊บ โอกาสก็อาจจะเสียไป ดังนั้นก็คือไม่มีอะไร จงทำงานครับ จงฝึกฝน งานจะนำพาเราไปได้ไกลแล้วก็คงน่าสนุกดี

อย่างพี่ยังนึกแปลกใจเลย อย่าง Minimal Less ยังนำพาพี่ให้เป็นนักเขียนหรือว่าเป็นอะไรถึงทุกวันนี้แม้กระทั่งน้องเอิ๊ต (เอิ๊ต ภัทรวี) สนใจพี่ทำเอ็มวีก็เพราะน้องเอิ๊ตซื้อหนังสือพี่แล้วก็อ่าน แล้วก็บอกว่า… ชอบ
ประมาณนี้ครับ รู้สึกว่า… แค่นั้นครับ แค่นั้นซะยาวเลยนะ โชคดี ขอบคุณครับ